Fender Hot Rod Amp ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในซีรี่ส์ American Tube Series แต่เพิ่งได้รับการยกระดับขึ้นเป็นซีรี่ส์หนึ่งเมื่อปี 2003 นี้เอง ซีรี่ส์นี้จะเป็นแอมป์หลอดทั้งหมด หมายความว่าอะไร? ก็หมายความว่าภาคขยายทั้งปรีแอมป์และเพาเวอร์แอมป์ของแอมป์พวกนี้ใช้หลอดเป็นตัวขับ ซึ่งคำว่า "หลอด" นี้ฝรั่งเขาจะใช้คำว่า "tube" หรือ "valve" ทีนี้ถ้าเราเห็นแอมป์รุ่นไหนมีคำสองคำนี้อยู่ ก็อาจจะเดาได้ในขั้นต้นว่าเป็นแอมป์หลอด
หากลองสอบถามความคิดเห็นจากบรรดามือกีตาร์ทั้งหลาย ส่วนใหญ่จะบอกว่าแอมป์หลอดคือสุดยอดที่สุดของแอมป์แล้ว สาเหตุก็เพราะน้ำเสียงที่ได้จากแอมป์หลอด จะมีคุณลักษณะที่ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีไฮเทคขนาดไหน ก็ไม่สามารถเลียนแบบได้ แม้ว่าปัจจุบันจะมีแอมป์ซีมูเลเตอร์ที่จำลองเสียงแอมป์สารพัดชนิด รวมถึงซาวน์ดของแอมป์หลอดให้เราได้เลือกใช้ได้อย่างง่ายดาย แต่ส่วนใหญ่จะทำได้แค่ใกล้เคียง หรือเลียนแบบได้เฉพาะลักษณะของน้ำเสียง แต่ยังไม่เคยมีใครเลียนแบบไดนามิกที่เกิดจากแอมป์หลอดแท้ๆได้เลย
ข้อโดดเด่นของแอมป์หลอดที่มือกีตาร์หลายคนมักจะเห็นด้วยเป็นเสียงเดียวกันก็คือ
- แอมป์หลอดให้ความ "อุ่น" ของซาวน์ดดีกว่า
ว่าแต่ว่า คำว่า "อุ่น" นี่มันคืออะไร? ขออธิบายอย่างนี้ดีกว่า เริ่มจากเสียง "ใส" ซึ่งก็คือเสียงที่ไม่มีเสียงแตกพร่าดังให้เราได้ยิน หากเป็นแอมป์หลอดแล้วถึงแม้ว่าเราจะเปิดแอมป์ไว้ในระดับต่ำกว่าจุดที่จะทำให้เกิดเสียงแตก แต่ในความเป็นจริงมันคือเสียงใสที่ถูก compress เอาไว้หรือยังมีซัสเทนอยู่ ซึ่งหากเราตั้งใจฟังดีๆจะพบว่าเสียงใสจากแอมป์หลอดจะมีแก้วเสียงที่มีความพร่าเจืออยู่เล็กน้อย คือจะไม่ใสกริ๊งเสียเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะอย่างไรหลอดก็ยังคงมีความร้อนอยู่ ถ้านึกไม่ออกขอแนะนำให้คุณลองหาเพลงของ Stevie Ray Vaughan ที่เขาเล่นเสียงใสมาฟังดู ตรงนี้แหละคือสิ่งที่ผู้เล่นเรียกว่า "ความอุ่น" ของซาวน์ดแบบแอมป์หลอด
- แอมป์หลอดจะให้ซาวน์ดที่มีมวล มีความหนา มีมิติ และแอมป์ชนิดนี้สามารถสร้างระดับของเสียงโอเวอร์ไดรฟ์ที่ละเอียดอ่อน อย่างเช่นในช่วงหัวโน้ตหรือหัวคอร์ดที่คุณลงน้ำหนักมือดีดลงบนสาย จะพบว่าน้ำเสียงจะเสียงค่อยๆลดดีกรีความแตกลงแล้วค่อยๆเพิ่มความใสขึ้น จุดนี้เองที่เป็นเสน่ห์ของแอมป์หลอดที่มือกีตาร์ต่างหลงใหล เพราะเราสามารถมีทั้งเสียงซัสเทน และระดับเสียงแตกที่หลากหลายในช่วงที่โน้ตหรือคอร์ดถูกเล่นออกไป และที่สำคัญคือเป็นจุดแข็งที่แอมป์ทรานซิสเตอร์ยังไม่สามารถเลียนแบบได้ เรียกว่าถ้าผู้ผลิตแอมป์ทรานซิสเตอร์คนไหนสามารถจับจุดตรงนี้ไปสร้างได้ คงสามารถทำเงินได้มากมายจากมือกีตาร์ทั่วโลกทีเดียว แต่ก็มีคนลองทำมาแล้วเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะพบกับความล้มเหลว จะมีก็อยู่เพียงไม่กี่รายที่สามารถทำได้ใกล้เคียง โดยได้พยายามเลียนแบบให้สมจริงทั้งน้ำเสียง และไดนามิกซึ่งเป็นคุณลักษณ์เด่นของแอมป์หลอดไว้ให้มากที่สุด
- เสียงแตกโอเวอร์ไดรฟ์ของแอมป์หลอดจะมีความอุ่น มีซัสเทนยาว และมีความละมุนละไมหรือ smooth กว่า มีการตอบสนองต่อไดนามิกดีกว่า ซึ่งหากเปรียบกับแอมป์ทรานซิสเตอร์ที่หลายคนมักจะบอกว่าให้เสียงแตกที่ไม่ค่อยนุ่มนวล คือถ้าเป็นจุดที่เกิดเสียงใสก็จะให้น้ำเสียงที่ใสกริ๊งไปเลย แต่เมื่อถึงจุดที่เกิดเสียงแตกก็จแตกพร่าขึ้นมาแบบทันทีทันใด จะไม่เพิ่มดีกรีความแตกอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ตอบสนองต่อไดนามิกการเล่นได้ดีกว่า เช่นถ้าเราลงน้ำหนักการดีดหนักเบาตามอารมณ์การเล่นของเรา จะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของระดับเสียงแตกจากแอมป์หลอด จะเป็นไปอย่างนุ่มนวลกว่า คือเมื่อเราลงน้ำหนักดีดไปครั้งแรก เราจะได้ยินเสียงซัสเทนเปลี่ยนแปลงจากแตกมากแล้วค่อยๆเบาลงๆ แต่ขณะเดียวกันเสียงก็จะค่อยๆเพิ่มความใสขึ้นทีละน้อย จนกระทั่งเสียงจางหายไป
เมื่อพูดถึงแอมป์หลอดก็ต้องกล่าวถึงเสียงแตกหรือ "โอเวอร์ไดรฟ์" คู่กันไปด้วย โอเวอร์ไดรฟ์ก็คือการขับหรือไดรฟ์ให้มันโอเวอร์จนเกิดเสียงแตก ว่ากันว่าเสียงแตกจากแอมป์หลอดน่าพิสมัยกว่าแอมป์แบบอื่น แต่มีข้อแม้คือมันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราเปิดวอลลุ่มค่อนข้างดังหรือดังมากเพียงพอจะให้เกิดเสียงแตก และในซีรี่ส์ Hot Rod โดยเฉพาะรุ่น Deluxe (40 วัตต์) กับ DeVille (60 วัตต์) ที่จะมี 3 แชนแนลให้เลือกคือ Normal, Drive และ More Drive และใช้หลอด 6L6 Groove Tube เป็นหลอดสำหรับขับเพาเวอร์แอมป์ ซึ่งโดยแคแรกเตอร์เสียงของหลอดชนิดนี้คือจะให้น้ำเสียงที่เต็ม อิ่ม พุ่ง มีพลัง เหมาะกับดนตรีหลากหลายสไตล์ เช่นถ้าเป็นนักกีตาร์คันทรี่ก็จะชอบความสดใส กังวานของเสียงใส แต่ถ้าเป็นนักกีตาร์บลูส์ก็จะชอบตรงน้ำเสียงที่สามารถตอบสนองการเล่นที่มีการเค้นอารมณ์มากๆได้ดี เป็นต้น ทั้งสองรุ่นดังกล่าวค่อนข้างจะเหมาะกับดนตรีสไตล์บลูส์, คลาสสิคร็อค, คันทรี่, หรือแม้แมักระทั่งแจ๊ส แต่ถ้าต้องการจะเล่นกับเฮฟวี่เมทัล คุณสามารถหาเอฟเฟกต์ดิสทอร์ชั่นดุๆมาเสริมพลังความแตกให้เร้าใจได้ขึ้นไปอีกก็ได้
ส่วนอีก 2 รุ่นในซีรี่ส์นี้คือ Pro Junior และ Blues Junior จะเป็นรุ่นเล็กลงมาหน่อย คือให้กำลังขับ 15 วัตต์ ทั้งสองรุ่นนี้ใช้หลอด EL-84 Groove Tube เป็นตัวขับเพาเวอร์แอมป์ ซึ่งโดยธรรมชาติของหลอดชนิดนี้จะให้แคแรกเตอร์เสียงที่เน้นความสดใส ถึงแม้ว่าเราจะเร่งพลังจนเกิดเสียงแตกมาก แต่น้ำเสียงจะยังคงมีความใสเจืออยู่ และจะให้เสียงแตกที่มีความละมุนละไม
ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นข้อโดดเด่นของ Hot Rod Series ที่ถูกจัดอันดับให้เป็นแอมป์หลอดขายดีที่สุดในอเมริกา! ซึ่งก็หวังว่าคงพอจะเห็นถาพได้ชัดเจนขึ้นว่า เหตุใดมือกีตาร์จึงหลงใหลในซาวน์ดของแอมป์หลอดกันนักหนา เพราะน้ำเสียงที่ได้จากแอมป์หลอดนั้น มีเสน่ห์ในตัวของมันเอง แม้ทุกวันนี้เทคโนโลยีการสร้างแอมป์ จะได้รับการพัฒนาขึ้นไปมาก แต่อย่างไรเสีย แอมป์หลอดก็ยังคงความคลาสสิก และครองใจคนกีตาร์อยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย เช่นเดียวกับซาวน์ดดนตรี แบบอนาล็อกและกีตาร์แบบวินเทจ ที่มีแต่จะทวีมนต์ขลังมากขึ้นในทุกขณะที่กาลเวลาเยื้องย่างไป
|