FM Series เป็นแอมป์ซีรี่ส์ใหม่ล่าสุดในแอมป์ประเภทโซลิด สเตทของ Fender หลังจากที่มีรุ่นพี่อย่าง Dyna-Touch ออกมาก่อนหน้านี้หลายปี แต่สำหรับน้องใหม่รายนี้แม้ว่าจะไม่มีดิจิตัลเอฟเฟกต์ที่หวือหวาเหมือนกับ Dyna-Touch แต่ก็มีจุดเด่นหลายอย่างไม่แพ้รุ่นพี่และที่สำคัญคือราคาถูกกว่าตั้งเกือบครึ่ง !
เป้าหมายหลักของ FM Series คือการเป็นแอมป์ที่สามารถใช้ได้ทั้งในระดับการใช้งานในห้องซ้อมที่บ้านไปจนถึงการใช้ในงานแสดงสด โดยอาจจะใช้ไมก์จ่อหน้าตู้หรือต่อไลน์ผ่าน Pre Out เข้าที่บอร์ดมิกซ์เซอร์ก็ได้ เหมาะสำหรับมือกีตาร์ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพที่ต้องการแอมปลิฟายเออร์เสียงดีๆ มีความเรียบง่าย มีลูกเล่นพอประมาณ มียี่ห้อขึ้นชื่อเป็นที่ยอมรับ และ
ราคา
ที่ทำให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก
สเป็ครวมๆของ FM Series คือการเป็นแอมป์โซลิด สเตท แปลว่าใช้ทรานซิสเตอร์เป็นวงจรขยายเสียง ซึ่งโดยธรรมชาติของแอมป์ประเภทนี้จะมีเสียงใสที่ค่อนข้างโดดเด่นอยู่แล้ว และแม้ว่ามือกีตาร์หลายๆคนอาจจะยังคงรู้สึกว่าถ้าเป็นเรื่องของเสียงแตก ต้องยกให้แอมป์หลอดเท่านั้น ! ซึ่ง Fender เองก็ไม่ได้มองข้ามจุดนี้เช่นเดียวกัน พวกเขาจึงมุ่งมั่นพยายามที่จะพัฒนาวงจรทรานซิสเตอร์ให้มีคุณสมบัติ เข้าใกล้ความเป็นธรรมชาติในแบบแอมป์หลอดแท้ๆให้ได้มากที่สุด โดย Fender ได้ออกแบบวงจรจำลองสัมผัสและความรู้สึกของเสียงแตกหลอดที่เรียกว่า " ทัช เซนซิทีฟ " (touch-sensitive) เพื่อสร้างให้ FM Series เป็นแอมป์โซลิด สเตทที่มีธรรมชาติของแอมป์หลอดออกมาได้อย่างแนบเนียน
สำหรับ FM Series มีออกมา 2 รุ่นคือ 212R และ 65R โดยทั้งคู่ต่างก็เป็นแอมป์คอมโบที่มีด้านหลังเปิดเหมือนกัน ซึ่งคุณลักษณะของแอมป์หลังเปิดนี้ก็คือจะทำให้มีอากาศหมุนเวียนอยู่ภายในตู้ ทำให้เสียงมีการกระจายออกทั้งทางด้านหน้าและหลังของตู้ เราจึงได้น้ำเสียงกีตาร์ที่มีมิติและบรรยากาศของอากาศที่อยู่ล้อมรอบ และมีความโปร่ง แต่เนื่องจากทั้งคู่มีจำนวนดอกลำโพงและขนาดวัตต์ที่ต่างกัน จุดประสงค์การใช้งานจึงอาจจะต่างกันออกไป แต่ไม่ว่าคุณจะใช้มันในงานบันทึกเสียง แสดงสด หรือซ้อมในบ้าน สิ่งหนึ่งที่คุณจะได้รับเสมอคือซาวน์ดในแบบ Fender แท้ๆ อาจจะมีความเหมือนหรือต่างกันบ้างในบางจุด
เรามาดูกัน
ความต่างในความเหมือน
ที่เด่นๆคือเรื่องของแชนนัล โดยหลักๆแล้วทั้ง 212R และ 65R มีแชนนัล Clean และ Drive เหมือนกัน ซึ่ง Clean ก็คือเสียงใสที่มือกีตาร์หลายคนลงความเห็นว่ามันสามารถสะท้อนซาวน์ดเสียงใสในแบบแอมป์ Fender ได้อย่างน่าทึ่งทีเดียว ส่วน Drive เป็นเสียงแตกพอท้วมๆ ออก crunch ประเภทคลาสสิคร็อคและสแตนดาร์ดฮาร์ดร็อคแถวๆยุค 60'-70' เหมาะกับสไตล์ที่ค่อนข้างหลากหลายไม่ว่าจะเป็น บลูส์ , ร็อค , คลาสสิคร็อค , บลูส์กราส , ฟังค์ , สกา , พังค์ ฯลฯ
อีกจุดหนึ่งก็คือทั้งคู่มีปุ่ม Mid Contour เหมือนกัน
มันคืออะไรน่ะเหรอ ? ปุ่มนี้ก็คือ Fender ต้องการจะเอาใจคนคอเมทัลโดยเฉพาะ เพราะหากอยู่ในโหมดของเสียง Clean หรือเสียงใส เจ้าปุ่มนี้จะเปิดใช้งานไม่ได้ มันจะใช้ได้ก็เฉพาะตอนที่เราเลือกเป็นแชนนัลเสียงแตกเท่านั้น และเมื่อใดที่คุณกดปุ่ม Mid Contour ดังกล่าว ซาวน์ดเสียงแตกจะเปลี่ยนไปในแนวออกโมเดิร์นเป็นร็อคเมทัลสมัยใหม่ขึ้นทันตา !
สำหรับแชนนัล Drive โดยตัวของมันเองแล้วสามารถปรับใช้งานได้หลากหลาย และยิ่งถ้าคุณเปิดใช้ Mid Contour ด้วย เสียงแตกก็จะยิ่งกว้างขึ้นไปอีก ซึ่งสามารถเล่นได้ทั้งสไตล์ร็อค , บลูส์ ไปจนเมทัลเลยก็ได้ หรือถ้าจะให้ฮ็อตยิ่งขึ้นไปอีก ใครที่มีเอฟเฟกต์ประเภทตัว Booster หรือเสียงแตกดิสทอร์ชั่น / โอเวอร์ไดรฟ์อยู่ล่ะก็
หยิบมันออกมาใช้เสียเลย
สำหรับในรุ่น 212R จะมีแชนนัล More Drive เพิ่มขึ้นมา ทำให้ดีกรีความแตกเพิ่มขึ้นอีก เหมือนกับเราปรับ Gain ที่แอมป์เพื่อเพิ่มระดับความแตกของซาวน์ดนั่นเอง เหมาะกับผู้ที่ต้องการเล่นซาวน์ดเสียงแตกหนักๆ
ความเหมือนในความต่าง
ทั้งคู่ใช้ดอกลำโพงของ "Sound Tested" ซึ่งเป็นลำโพง Fender Special Design ในรุ่น 212R ใช้ลำโพง 12 นิ้ว 8 โอห์ม 2 ดอก ส่วนรุ่น 65R ใช้ลำโพง 12 นิ้ว 1 ดอก ซึ่งก็แน่นอนว่าตู้ที่มีจำนวนดอกมากกว่าย่อมต้องมีกำลังขับสูงกว่าและเสียงก็ต้องดังกว่าเป็นธรรมดา สำหรับ 212R ให้กำลังขับ 100 วัตต์ ส่วน 65R เป็นแอมป์ขนาด 65 วัตต์ ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณว่าต้องการไปใช้งานด้านไหน ถ้าใช้แสดงสดก็อาจจะต้องใช้ตู้ที่แรงขับสูงหน่อย ส่วนถ้าจะเอาไว้แค่ซ้อมธรรมดา ก็อาจจะใช้แค่ 65 วัตต์ก็ได้
นอกจากนี้ทั้งคู่ยังมีการติดตั้งสปริงรีเวิร์บไว้ในตัว นับเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ Fender พยายามคงไว้ซึ่งความเป็นวินเทจอย่างเหนียวแน่น สปริงรีเวีร์บเป็นระบบเลียนแบบเสียงก้องแบบอะนาล็อกที่ได้รับการติดตั้งในแอมป์คอมโบของ Fender มาช้านาน ในขณะที่ผู้ผลิตแอมป์สมัยใหม่หลายๆเจ้าเลือกที่จะใช้ดิจิตัลรีเวิร์บ แต่ Fender กลับย้อนกลับไปสู่ความเป็นแบบฉบับดั้งเดิมเหมือนเป็นการแฝงนัยะว่า " สูงสุดคืนสู่สามัญ " ในกรณีที่คุณต้องการให้เสียงกีตาร์มีน้ำเสียงมีมิติที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น คุณก็สามารถปรับใช้รีเวิร์บได้ แต่อย่าลืมว่าการใช้รีเวิร์บนี่เป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ผู้เล่นไม่ควรมองข้าม ให้ใช้หูของคุณฟังและปรับให้ดี อย่าให้มากจนล้นเกินไป จะทำให้เสียงกีตาร์ออกมาบางหรือเบาหวิวจนขาดเนื้อเสียงและไม่เป็นธรรมชาติ แต่ถ้าไม่ใส่เลยอาจจะทำให้เสียงใสฟังดูหยาบแห้งเกินไป แต่ถ้าหากปรับได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ คุณก็จะได้เสียงกีตาร์ที่มีเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อทีเดียวล่ะ
สรุปความเป็น FM Series
FM Series ได้รับการติดตั้งวงจร " ทัช เซนซิทีฟ " เลียนแบบคุณสมบัติของแอมป์หลอดเอาไว้ ทีนี้คุณก็จะได้แอมป์ที่มีเสียงแตกเหมือนแอมป์หลอดแต่มีความเสถียรกว่าในแบบของแอมป์ทรานซิสเตอร์
ในด้านการใช้งานจัดว่า FM Series เป็นแอมป์ที่เหมาะกับการใช้งานหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกเสียง แสดงสดหรือการซ้อมมือ เหมาะกับทุกสไตล์ดนตรี จะร็อค ฮาร์ดร็อค เมทัล บลูส์ แจ๊ส ฟังค์ พังค์ สกา ฮาร์ดคอร์ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ใดคุณก็สามารถเลือกสรรซาวน์ดได้ตามต้องการ แล้วคุณจะซาบซึ้งว่าการมีแอมป์เสียงดีๆ มันช่วยคุณสร้างแรงบันดาลใจในการเล่นกีตาร์ได้ดีขนาดไหน และคุณจะยิ่งต้องทึ่งเข้าไปอีกที่ต่อนี้ไปงบประมาณจะไม่ใช่อุปสรรค สำหรับมือกีตาร์อย่างคุณที่จะสามารถมีแอมป์ดีๆคุณภาพระดับ Fender รับประกันได้อย่างง่ายดาย โดยที่กระเป๋าไม่ฉีกเหวอะ แถมยังไม่ต้องอดทนรอเก็บเงินกันนานจนตกรุ่นอีกต่อไป !
|