• American Stratocaster
  • American Telecaster
  • American Strat Texas Special
  • American Fat Strat Texas Special
  • American Double Fat Strat
  •  
  • Highway Strat HSS
  •  
  • Eric Johnson
  •  
  • Super Strat
  •  
  • Standard Stratocaster
  • Standard Telecaster
  • Standard Fat Strat
         with locking Tremolo
  •  
    Hot Rod American Series > American Strat Texas Special

    Hot Rodded American Series อาจจะถือเป็นการพัฒนาอีกขั้นหนึ่งของกีตาร์ American Series ก็ได้ เราเรียกว่าเป็นการทำ after market modification คือการนำเอากีตาร์มาโมดิฟายน์ใหม่ตามความนิยมของผู้เล่น มีการปรับแต่งคุณสมบัติพิเศษเพื่อการใช้งานที่หลากหลายตามเอกลักษณ์อันโดดเด่นของแต่ละรุ่น จุดเด่นโดยรวมของกีตาร์ซีรี่ส์นี้มีอยู่ด้วยกันหลายข้อ อาทิ คอที่ได้เปลี่ยนมาใช้วิธีเหลาแบบใหม่ ขนาดคอไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไปทำให้เล่นได้ง่ายกว่าเดิม ลูกบิดที่ใช้เป็นรุ่น Deluxe Fender ที่มีแกนพันสายของสาย 1-4 เตี้ยลงทำให้เกิดมุมระหว่างนัทกับสายมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยลดอาการสายเพี้ยนแล้วยังช่วยให้น้ำเสียงดีขึ้นอีกด้วย ส่วนแกนของสาย 5-6 สูงปรกติ (คล้ายๆกับกีตาร์ Richie Sambora รุ่นล่าสุด) มี 22 เฟร็ตตามสไตล์กีตาร์โมเดิร์น และใช้เฟร็ตขนาด medium-jumbo มีการแต่งเฟร็ตให้มนขึ้น ทำให้ได้สัมผัสที่ราบรื่นขึ้น นอกจากคุณสมบัติโดยรวมที่กล่าวมาแล้วในแต่ละรุ่นยังมีแคแรกเตอร์เฉพาะของตัวเองอีกด้วย เรามาดูกันว่ามีอะไรบ้าง…

     

    จุดเด่นของรุ่นนี้ที่ต้องพูดถึงก่อนเป็นอันดับแรกเลยคือปิ้กอัพนั่นเอง รุ่นนี้ใช้ซิงเกิลคอยล์ Texas Special ทั้ง 3 ตัว และที่ว่าพิเศษก็คือความจริงปิ้กอัพรุ่นนี้เป็นงาน Custom Shop ที่ทำขึ้นมาเพื่อใช้กับกีตาร์ซิกเนเจอร์ Stevie Ray Vaughan และ Bonnie Raitt แต่ต่อมาก็มีการนำมาใช้กับกีตาร์ในซีรี่ส์ Hot Rodded 2 รุ่นคือ Strat Texas Special ที่เรากำลังพูดถึงและ Fat Strat Texas Special

    โดยธรรมชาติแล้วปิ้กอัพรุ่นนี้จะให้ซาวน์ดที่แรงกว่าซิงเกิลคอยล์ทั่วไป เพราะมีการพันขดลวดเพิ่มขึ้นจากปรกติประมาณ 1,000 รอบ และ polepiece ยังทำจากแม่เหล็ก Alnico 5 ทำให้เอาท์พุทอออกมามีทั้งความพุ่งและความแรง และยังมีการปรับให้มีย่านเสียงกลาง (mid-range) มากขึ้น ย่านสูงเสียงใสเคลียร์ ส่วนย่านทุ้มก็หนาหนักแน่น เป็นปิ้กอัพที่ทำให้เราเข้าใจว่า "ความเก๋าของซาวน์ดแบบเท็กซัสบลูส์" นั้นเป็นอย่างไรได้ชัดเจน และยิ่งมั่นใจขึ้นไปอีกเมื่อเจ้าพ่อเท็กซัสบลูส์อย่าง Stevie Ray Vaughan ยังเจาะจงเลือกใช้ปิ้กอัพ Texas Special กับกีตาร์ซิกเนเจอร์ของเขารวมถึงกีตาร์ Strat ตัวเก่งที่ชื่อว่า "No. 1" ของเขาอีกด้วย ถ้าคุณนึกถึงซาวน์ดเท็กซัสบลูส์ไม่ออกว่าเป็นยังไง คุณก็ลองนึกถึงเพลงบลูส์ที่มีซาวน์ดดุ กร้าว เต็มไปด้วยพลัง เมื่อถึงคราวหวานก็จะหวานแบบกร้าวๆอะไรประมาณนั้น แต่อย่าเข้าใจผิดคิดว่ากีตาร์รุ่นนี้จะเหมาะกับการเล่นสไตล์บลูส์อย่างเดียว! เพราะคุณสามารถปรับใช้น้ำเสียงที่โดดเด่นนี้กับเพลงหลากหลายสไตล์ เช่นพวกคลาสสิคร็อค หรืองานหนักๆอย่างพวกเฮฟวี่เมทัลหรือพังค์ก็ได้ ยิ่งถ้าคุณใช้สายเบอร์ .11 ก็จะยิ่งได้ซาวน์ดที่เต็มขึ้น แต่อย่าง SRV นี่เขาใช้สายเบอร์ .13 ถ้าใครไหวจะใช้ตามก็ได้นะครับ ซาวน์ดที่ออกมารับรองว่า "มหึมา" แน่นอน

    ในบรรดาปิ้กอัพทั้ง 3 ตำแหน่ง ปิ้กอัพตัวกลางจะมีการพันลวดกลับด้านและวางแม่เหล็กสลับขั้ว ดังนั้นเวลาที่เราเลือกสวิชต์ปิ้กอัพตำแหน่ง 2 (บริดจ์+ตัวกลาง) และตำแหน่ง 4 (ตัวกลาง+คอ) เราก็จะได้เสียงปิ้กอัพซิงเกิลคอยล์ที่ปราศจากเสียงจี่เนื่องจากปิ้กอัพจะเกิดการตัดเฟสกันเองที่เราเรียกว่า out-of-phase หรือ reverse-phase เหมือนวิธีการที่เขาใช้ทำปิ้กอัพฮัมบักกิ้งนั่นเอง

    บอดี้มีทั้งไม้อัลเดอร์และแอชให้เลือกตามความชอบ ธรรมชาติของไม้อัลเดอร์ที่ใช้ทำบอดี้จะมีน้ำหนักและความหนาแน่นของมวลเนื้อไม้ปานกลาง ให้น้ำเสียงออกไปทางหวานนุ่มละมุนละไม ส่วนไม้แอชเป็นไม้ที่มีลวดลายสวยงาม เราจะเห็นว่ากีตาร์สีที่เป็นลายไม้ธรรมชาติของ Fender มักจะเป็นไม้แอชที่มีลวดลายงดงามจนช่างทาสีทับไม่ลง ไม้แอชเป็นไม้เนื้อแข็ง และพันธุ์ที่ใช้ทำบอดี้จะเป็นไม้ Swamp Ash ที่ให้นำเสียงสมดุลกันระหว่างความไบรท์ใสกับโทนอ้วนอุ่น มีน้ำหนักค่อนข้างหลากหลาย และเป็นไม้ tonewood ที่นิยมนำมาทำบอดี้กีตาร์ สำหรับคอเป็นไม้เมเปิล ฟิงเกอร์บอร์ดมีทั้งคอดำ (โรสวูด) และคอขาว (เมเปิล) มี 1 ปุ่ม Volume กับอีก 2 ปุ่ม Tone ธรรมดาไม่มีอะไรพิสดาร หากเปรียบไปแล้วรุ่นนี้ดูจะเล่นได้แคบกว่ารุ่น Fat Strat เพราะต่อนข้างเป็นกีตาร์ที่มีซาวน์ดเฉพาะตัว เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบ Fender แบบออริจินัลหรือพวกที่เจาะจงเลือกซาวน์ดที่เน้นความพุ่งแรงและเสียงกลางมาก แต่อย่างว่าล่ะครับ เราอย่าจำกัดความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองด้วยตัวหนังสือหรือคำพูดเพียงไม่กี่คำนี้เลย สิ่งสำคัญมันอยู่ที่หู ที่มือ และที่ใจของคุณเองต่างหากล่ะ

     

        ©Copyright 2005 Beh Ngiep Seng Musical Instruments Ltd.,Part. All reserved.