• Squier Standard Stratocaster
  • Squier Standard Fat Strat
  •  
  • Amplifier SWR LA Series
  •  
  • Jackson DXMG
  • Guild GAD 50
  • Other Brand > SWR LA Series

    ธรรมชาติของเบสเป็นเครื่องดนตรีสำหรับสร้าง " ริทึ่ม" และหน้าที่หลักของมือเบสก็คือดำเนินจังหวะลีลาเพลงให้มีความหนักแน่น มั่นคง และสร้างความบาลานซ์ให้กับซาวด์ของวง สำหรับเบสไฟฟ้าก็มีหน้าที่เช่นเดียวกัน และโดยมากเบสไฟฟ้ามักจะไม่ค่อยมีการนำเอาเอฟเฟกต์มาช่วยในการปรุงแต่งซาวด์เท่าไร ดังนั้นซาวด์จะออกมาดีหรือไม่ดีนั้นจึงต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพของทั้งผู้เล่นเอง รวมถึงเบสและสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามไปอย่างแอมปลิฟายเออร์ ทั้งที่ความจริงแล้วแอมป์ถือว่าเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดเสียง และมีผลต่อโทนเสียงของเบสที่ออกมาอยู่ไม่น้อย สำหรับมือเบสไฟฟ้านอกจากการมีเบสดีๆคู่มือไว้สักตัวแล้ว อีกสิ่งหนึ่งก็คงจะเป็นการมีแอมปลิฟายเออร์เสียงดีๆไว้สักตู้

    ในอดีต บริษัทผู้ผลิตแอมป์มักจะให้ความสำคัญกับ การผลิตแอมป์กีตาร์มากกว่าและยังไม่มีการสร้างแอมป์สำหรับเบสอย่างเป็นเรื่องเป็นราว มือเบสจึงต้องใช้แอมป์กีตาร์ที่สามารถรับย่านเสียงและไดนามิกได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น และยิ่งเมื่อมีสร้างสรรค์เทคนิคการเล่นเบสใหม่ๆขึ้นมาอย่างเช่น "การตบสาย" (slapping) และ "จิ้มสาย" ( tapping) ที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการเล่นเบส และยังมีการสร้างเบส 5 และ 6 สายขึ้นมาอีก การใช้แอมป์กีตาร์เห็นทีจะไม่เหมาะอีกต่อไป เนื่องจากแอมป์กีตาร์ ไม่สามารถสนองรับย่านเสียงที่ต่ำและไดนามิกกว้างขนาดนั้นได้ มือเบสจึงจำเป็นต้องซื้อเพาเวอร์แอมป์ดีๆแพงๆ มาใช้กับตู้ลำโพงที่มีดอกลำโพงสำหรับเสียงย่านต่ำและย่านสูงแยกกัน ซึ่งนับว่าเป็นการลงทุนที่สูงและค่อนข้างยุ่งยากอยู่พอสมควร

     


    ปัญหาดังกล่าวได้จุดประกายให้ Steven W. Rabe ผู้ก่อตั้ง SWR ได้ออกแบบระบบการขยายสัญญาณหรือแอมปลิฟายเออร์ขึ้นมา เพื่อให้เหมาะสมกับเบสไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยเขาได้ทำการวิจัยและศึกษาความต้องการจากมือเบสระดับโลก จนกระทั่งได้ออกมาเป็นแอมป์เบสรุ่นแรกที่มีฟังก์ชั่นการทำงานหลักๆซึ่งเป็นพื้นฐานของ SWR ดังนี้ :

    • Aural Enhancer
    • Side Chain Stereo & Mono Effects Loops
    • Tuner Send
    • เอาต์พุต XLR Balanced คุณภาพสูง
    • ตู้คอมโบและมีพื้นที่ว่างสำรองภายใน
    • อินพุตแยกอิสระสำหรับเบสระบบแอ็คทีฟและแพสสีฟ
    • EQ ที่ย่านเสียงต่ำสุดถึง 31 Hz
    • Stereo Power
    • ระบบลำโพงครอบคลุมย่านเสียงที่กว้าง

    SWR Sound
    SWR ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของระบบแอมปลิฟายเออร์ไฮ-เอนด์สำหรับเบสมาตั้งแต่ปี 1984 แอมป์เบสระดับโปรเฟสชันนัลขนาดใหญ่ของ SWR ได้รับความนิยมแพร่หลายจนเกิดเป็นคำพูดติดปากในหมู่นักดนตรีและมือเบสทั่วโลกว่า “SWR Sound” หรือ “ ซาวด์ในแบบ SWR” ที่สามารถอธิบายได้ด้วยคำนิยามว่า “Crystal Clear” ซึ่งหมายถึง “ ความสดใส คมชัด ประดุจผลึกแก้วคริสตัล ” เป็นคำสั้นๆแต่มีความหมายชัดเจนในตัวเอง และซาวด์แบบนี้นี่เองที่มือเบสทั่วโลกต่างใฝ่ฝันถึง

    SWR LA Series
    SWR ได้เล็งเห็นว่ามือเบสทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าของซาวด์เบสดีๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องทุ่มงบประมาณก้อนโต และเพื่อให้ซาวด์อันเป็นเอกลักษณ์ของ SWR สามารถขยายสู่มือเบสได้ในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่ผู้นิยมแอมป์ขนาดเล็ก SWR จึงได้เสนอ LA Series แอมป์คอมโบคุณภาพระดับ "มืออาชีพ" แต่ราคา "ระดับมือสมัครเล่น" ที่มือเบสทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ ในซีรี่ส์นี้มีอยู่ 3 รุ่นตามขนาดดอกลำโพงคือ LA10, LA12 และ LA15 กำลังขับ 30, 60 และ 100 วัตต์ตามลำดับ และนี่เองคือที่มาของชื่อซีรี่ส์ "LA" หรือ "Little Amp" นั่นเอง

    แม้จะถูกจัดให้เป็นแอมป์เล็ก แต่การออกแบบและการสร้าง LA Series ยังคงยึดหลักพื้นฐานของ SWR ไว้อย่างครบถ้วน คือมี Aural Enhancer, EQ 3-band ( ทุ้ม/กลาง/แหลม) และ Tuner Output สำหรับพ่วงกับเครื่องตั้งสายโดยตรงซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่จำเป็นมาก สำหรับนักดนตรีอาชีพที่ใช้ในการแสดงสด และโดยเฉพาะระบบปรีแอมป์ที่ Steven W. Rabe ที่ผู้ก่อตั้งบริษัทเป็นคนลงมือออกแบบเอง รวมถึงระบบโทนคอนโทรลยังใช้วงจรพื้นฐานตัวเดียวกันกับที่ใช้ในแอมป์ SWR ไลน์สูงๆระดับไฮ-เอนด์ราคาเรือนแสนอย่าง Professional และ Workingman อีกด้วย !

    และที่น่าสนใจคือ SWR ได้ออกแบบระบบการปรับแต่งน้ำเสียงที่ผิดแผกไปจากผู้ผลิตแอมป์ทั่วไป โดยตัวปุ่มปรับจะเริ่มจาก "จุดกึ่งกลาง" เมื่อหมุนตามเข็มนาฬิกาจะเป็นการ "เร่งหรือบูสต์" ย่านความถี่ทุ้ม/กลาง/แหลม แต่หากหมุนทวนเข็มนาฬิกาก็จะเป็นการ "ลดหรือคัท" ย่านความถี่ดังกล่าว และที่สำคัญคือปุ่มปรับ “ เสียงทุ้ม ( Bass)” สามารถบูสต์เสียงย่านความถี่ต่ำจากเบสของคุณได้ถึง 15 dB เลยทีเดียว

    นอกจากฟังก์ชั่นเด่นๆที่กล่าวไปแล้ว ทุกรุ่นยังมีช่องต่อเข้าเฮดโฟนสำหรับการซ้อมอย่างเงียบๆได้ และอีกลูกเล่นหนึ่งที่เหนือความคาดหมายก็คือช่อง Mix In ที่ผู้เล่นสามารถพ่วงแอมป์เข้ากับเครื่องเล่น CD เพื่อใช้แจมกับวงดนตรีที่โปรดปรานหรือไว้ใช้สำหรับแกะเพลงก็ได้ หรือจะต่อสัญญาณที่มาจากคอมพิวเตอร์, เครื่องเล่นเทปคาสเส็ต, มินิดิสก์ หรือเครื่องเสียงสเตอริโอทุกชนิด หรือจะพ่วงเครื่องดนตรีอีกชิ้นทางช่อง Mix In นี้ก็ได้ ด้วยน้ำหนักที่แสนเบาเพียงประมาณ 10 , 18 และ 25 กิโลกรัมทำให้การขนย้ายเป็นไปได้อย่างสะดวกสบาย และทั้งสามรุ่นยังสามารถใช้กับเบสทั้งที่เป็นระบบแอ็กทีฟและแพสสีฟได้อย่างไม่มีปัญหา

    สำหรับมือเบสคนไหนที่อยากใช้เอฟเฟกต์แล้วล่ะก็ ถึงแม้ว่า LA Series จะไม่มีช่อง Effect Loop ให้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต่อพ่วง (loop) เอฟเฟกต์ไม่ได้ ! เคล็ดลับคือให้ใช้ช่อง “Tuner Out” เป็นช่อง “Effect Send” และให้เดินสัญญาณไปอินพุตเข้าที่ตัวเอฟเฟกต์ จากนั้นให้ต่อเอาต์พุตออกจากเอฟเฟกต์กลับไปเข้าที่ช่อง “Mix In” ที่ทำหน้าที่เป็นช่อง “Effect Return” เพียงเท่านี้ LA Series ก็กลายเป็นแอมป์ที่มี Effect Loop ให้คุณได้อย่างไม่ยาก !

    ด้วยสนนราคาเริ่มต้นเพียงหมื่นบาทต้นๆ คุณก็สามารถสร้างชีวิตชีวาให้กับเบสไฟฟ้าของคุณได้อย่างง่ายๆ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมมือเบสระดับตำนานอย่าง John Paul Jones (Led Zeppelin) หรือมือเบสระดับโลกอย่าง Adam Clayton (U2), Stephan (Dave Matthews Band), P-Nut (311), Robbie Merrill (Godsmack) และอีกมากมาย ถึงหลงเสน่ห์น้ำเสียงและไว้วางใจในแอมป์เบสอย่าง SWR

     

        ©Copyright 2005 Beh Ngiep Seng Musical Instruments Ltd.,Part. All reserved.