• American Stratocaster
  • American Telecaster
  • American Strat Texas Special
  • American Fat Strat Texas Special
  • American Double Fat Strat
  •  
  • Highway Strat HSS
  •  
  • Eric Johnson
  •  
  • Super Strat
  •  
  • Standard Stratocaster
  • Standard Telecaster
  • Standard Fat Strat
         with locking Tremolo
  •  
    Standrad Series > Standrad Stratocaster

    หากจะบอกว่า Standard Strat เป็นความงดงามแบบย้อนยุคก็คงไม่ผิดนัก จะเห็นว่าตั้งแต่มี Strat เกิดขึ้นมาครั้งแรกจนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลาเกือบๆจะห้าสิบปีแล้ว กีตาร์ก็ได้รับการพัฒนาขึ้นตามลำดับจนมีความทันสมัยมากขึ้น แต่จุดเด่นที่ Fender ต้องการเน้นในรุ่นนี้ก็คือความคลาสสิคตามแบบฉบับดั้งเดิมของ Strat อย่างที่เคยเป็นมาแต่แรกเริ่ม

     
    ในปี 1954 Strat ถูกตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้มีความแตกต่างจาก Tele ในหลายๆจุด เช่น รูปทรงบอดี้ ปิ้กอัพ บริดจ์ คันโยกและปุ่มคอนโทรลเหล่านี้เป็นต้น และ Standard Strat ก็เป็นการรักษาคุณสมบัติอันโดดเด่นของ Strat ไว้อย่างสมบูรณ์เพื่อให้เราได้รู้ว่า Strat เมื่อแรกเริ่มนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร

    บอดี้ของกีตาร์เป็นลักษณะ contour-body คือจะเว้ามนที่ด้านหน้าและด้านหลังเพื่อให้เหมาะกับสรีระและการวางแขนทำให้รู้สึกสบายมากขึ้น ปิ้กอัพเป็นแบบ Standard Strat ซิงเกิลคอยล์ทั้ง 3 ตัว บริดจ์หน้าตาโบราณเพราะเป็นแบบ "วินเทจสไตล์" พร้อมคันโยก "synchronized" ที่ประดิษฐ์ขึ้นโดย Leo Fender เหมือนอย่างที่ใช้ใน Strat ตัวแรกของโลก จะเห็นว่ารุ่นนี้มีแค่ 21 เฟร็ตแทนที่จะเป็น 22 เฟร็ตเหมือนพวกกีตาร์สมัยใหม่ เพราะอย่างที่บอกไว้คือต้องการกลับไปหาความเป็นวินเทจแท้ๆนั่นเอง บอดี้ของรุ่นนี้ทำจากไม้อัลเดอร์ คอเป็นไม้เมเปิล ส่วนฟิงเกอร์บอร์ดมีทั้งโรสวูดและเมเปิลให้เลือกตามความชอบของแต่ละคน ถ้าเป็นเมเปิลก็อาจจะให้เสียงไบรท์กว่าเล็กน้อย และผิวสัมผัสที่เคลือบแลกเกอร์ให้ความรู้สึกลื่นมือมากกว่า ในขณะที่หากเป็นโรสวูดจะไม่มีการเคลือบเงา ซึ่งบางคนก็ชอบเพราะให้ความรู้สึกว่านิ้วได้สัมผัสกับผิวไม้จริงๆ มีสวิชต์เลือกปิ้กอัพ 5 ทางซึ่งแต่ละตำแหน่งก็จะให้น้ำเสียงปิ้กอัพที่แตกต่างกัน อย่างเช่นถ้าเป็นปิ้กอัพใกล้คอตัวเดียวเสียงที่ออกมาจะเป็นลักษณะหนาทุ้ม ถ้าเป็นปิ้กอัพตัวกลางตัวเดียวน้ำเสียงก็จะทุ้มแหลมปานกลาง แต่ถ้าเป็นปิ้กอัพใกล้บริดจ์ตัวเดียวก็จะออกแหลม ใส แต่ถ้าเลือกเป็นปิ้กอัพผสมอาจจะเป็นคอกับตัวกลางหรือบริดจ์กับตัวกลาง เราก็จะได้ซาวน์ดที่เรียกว่า twang อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีปุ่มคอนโทรล 1 Volume และ 2 Tone ที่ช่วยให้คุณปรับซาวน์ดได้กว้างขึ้นไปอีก โดยที่ปุ่ม Volume จะใช้คอนโทรลได้ทุกปิ้กอัพ ส่วนปุ่ม Tone จะแบ่งหน้าที่กันคือปุ่ม Tone อันแรกจะคุมปิ้กอัพใกล้คอตัวเดียว ส่วนปุ่ม Tone อีกอันจะคุมปิ้กอัพตัวกลางและบริดจ์ ธรรมชาติของ Strat เป็นกีตาร์ที่ใช้งานได้กว้างค่อนข้างจะเหมาะกับทุกสไตล์ดนตรีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นแจ๊ส บลูส์ ฟังค์ ร็อค ฮาร์ดร็อค เฮฟวี่เมทัล พังค์ อัลเทอร์เนทีฟ ฯลฯ แต่คุณก็สามารถที่จะทดลองสร้างซาวน์ดโดยอาจจะหาเอฟเฟกต์กีตาร์มาเสริม เพื่อให้เกิดซาวน์ดที่เหมาะกับสไตล์การเล่นของคุณมากยิ่งขึ้นก็ได้

    นอกจากคุณสมบัติทางการใช้งานแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ทำให้นักกีตาร์หลงรัก Stratocaster ก็คือรูปลักษณ์ภายนอกที่มีเสน่ห์แบบคลาสสิคและความประทับใจเมื่อได้สัมผัสนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นคอที่พอดีมือเล่นง่ายแม้จะเป็นการจับคอร์ดยากๆ หรือบอดี้ที่รับกับสรีระของผู้เล่นพอดี ขอบของกีตาร์จะไม่ไปค้ำกับซี่โครงหรือท่อนแขนที่วางพาดไว้ด้านหน้า ซึ่งจุดนี้คงต้องยกให้กับการออกแบบ contour body ที่ชาญฉลาดนี้เอง กีตาร์ในปัจจุบันที่มีบอดี้เว้ามนล้วนได้รับอิทธิพลมาจาก Strat แทบทั้งสิ้น

    Standard Strat ผลิตขึ้นในโรงงานเอนซีนาดา เม็กซิโกจึงมีข้อได้เปรียบในเรื่องของราคา เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับนักกีตาร์มือใหม่ หรือมืออาชีพที่ต้องการเป็นเจ้าของกีตาร์ดีๆสักตัว แต่ราคาไม่แพงนัก หรือใครที่อยากทำความรู้จักกับกีตาร์ที่มีซาวน์ดซิงเกิลคอยล์สไตล์ Stratocaster แท้ๆคุณก็สามารถเริ่มจากกีตาร์เมดอินเม็กซิโกอย่างตัวนี้ก่อนก็ได้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นพื้นฐานที่ดีสำหรับการทำความรู้จักกีตาร์ตระกูล Fender ก่อนจะก้าวต่อไปสู่กีตาร์ที่มีลูกเล่นแปลกใหม่มากขึ้นต่อไป

     

        ©Copyright 2005 Beh Ngiep Seng Musical Instruments Ltd.,Part. All reserved.